Beyond the Breaking News

...

... News

...
......

แต่คำตอบนั้นเปลี่ยนไป เมื่อผู้เป็นพ่อใช้เหตุผลที่เขาเรียกว่า ไม้ตาย “ถ้าเต้ยไม่กลับมา พ่อจะให้แม่ลงสมัครในเขตนั้นแทน”สำหรับพลพีร์ การตัดสินใจกลับประเทศไทยในเวลานั้น ไม่ได้เกิดจากความพร้อมทางการเมือ

แต่คำตอบนั้นเปลี่ยนไป เมื่อผู้เป็นพ่อใช้เหตุผลที่เขาเรียกว่า ไม้ตาย “ถ้าเต้ยไม่กลับมา พ่อจะให้แม่ลงสมัครในเขตนั้นแทน”สำหรับพลพีร์ การตัดสินใจกลับประเทศไทยในเวลานั้น ไม่ได้เกิดจากความพร้อมทางการเมือง หากเกิดจากความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่อยากให้แม่ต้องเข้ามารับภาระ “แม่เป็นพยาบาล อยากให้อยู่เฉยๆ”แม้จะเติบโตในครอบครัวการเมือง แต่พลพีร์บอกว่า ในวัยเด็ก เขาแทบไม่ได้คลุกคลีกับงานหาเสียงหรือกิจกรรมทางการเมืองของครอบครัวเลย เพราะช่วงเวลาส่วนใหญ่คือการเห็นพ่อทำงานราชการและงานการเมืองจนแทบไม่มีเวลาอยู่บ้าน“ตอนเด็กเราสงสัยตลอดว่า ทำไมชีวิตเราไม่มีพ่อเหมือนคนอื่น พ่อหายไปไหน ทำไมคนมาที่บ้านเยอะ ทำไมมีคนโทรตามตลอด”คำถามในวัยเด็ก กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เขาเห็นอีกด้านของการเมือง นั่นคือ ปัญหาของประชาชนไม่เคยสิ้นสุด และหน้าที่ของผู้แทนไม่ใช่เพียงการรับฟัง แต่คือการหาทางจัดการปัญหาเหล่านั้นภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่“ปัญหาของประชาชนในประเทศนี้ไม่เคยหมดจริงๆ และในฐานะตัวแทน เราจะบริหารจัดการอย่างไร โดยไม่ไปก้าวล่วงระบบราชการ ภายใต้กฎหมาย มาตรา 157 และกรอบจริยธรรมที่มีอยู่”จุดเปลี่ยนสำคัญของพลพีร์ เกิดขึ้นหลังการเสียชีวิตของพ่อในช่วงปี 2552 ซึ่งตรงกับจังหวะที่ประเทศกำลังเข้าสู่การเลือกตั้งปี 2554 เขายอมรับว่าเวลานั้นคือช่วงที่ความกดดัน และความรับผิดชอบถาโถมเข้ามาพร้อมกันเพราะก่อนหน้านั้น บนเส้นทางการเมืองแทบทั้งหมดมีพ่อเป็นผู้วางระบบและดูแลให้ ตั้งแต่การหาเสียง การวางแผน ไปจนถึงรายละเอียดต่างๆ แต่เมื่อไม่มีพ่ออยู่แล้ว เขาต้องเริ่มต้นทุกอย่างด้วยตัวเอง ท่ามกลางคำถามว่า แล้วเราจะทำได้หรือไม่สิ่งที่กลายเป็นแรงผลักสำคัญ คือ เสียงสะท้อนจากประชาชนระหว่างลงพื้นที่ เมื่อชาวบ้านเริ่มเล่าถึงผลงานและความทรงจำที่มีต่อพ่อ ทั้งเรื่องน้ำสะอาด ถนน และการพัฒนาพื้นที่สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากวันหนึ่งต้องวางมือจากการเมือง ผู้คนจะจดจำเขาได้แบบเดียวกันหรือไม่ คำถามนั้นกลายเป็นแรงขับให้พลพีร์ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อมองปัญหาด้วยตัวเองและแก้ไขให้ตรงจุดส่วนเส้นทางการเมืองอย่างเป็นทางการ พลพีร์เริ่มต้นกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ตามแนวทางของพ่อที่ร่วมงานกับสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ก่อนย้ายไปพรรคเพื่อไทยหลังรัฐประหาร จากความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างแกนนำพรรคกับครอบครัว และในปี 2562 จึงย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยมีวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.

สระบุรี เป็นผู้ประสานให้เข้าพบอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเมืองบทใหม่ในพรรคภูมิใจไทย

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

thestandardth /  🏆 16. in TH

... ...

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-05-30 02:18:49